สถานการณ์รอบวัน

เก๋งแซงไม่พ้นประสานงากระบะดับ 3 เจ็บ 5 ราย

เก๋งแซงไม่พ้นประสานงากระบะดับ 3 เจ็บ 5 ราย บริเวณถ.สิงห์บุรี-สุพรรณบุรี
พ.ต.ท.พยอม ตาลแก้ว รอง ผกก.ส.สภ.บางระจัน จ.สิงห์บุรี ได้รับแจ้งเหตุมีรถกระบะชนกับรถเก๋งมีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 1 ราย มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย บริเวณ เลยแยกบ้านจ่าไปประมาณ 2 กม. ม.9 ถ.สิงห์บุรี-สุพรรณบุรี ต.ไม้ดัด อ.บางระจัน จ.สิงห์บุรี ตรงข้ามร้านตั้มเฟอร์นิเจอร์ จึงรุดไปที่เกิดเหตุพร้อมแพทย์เวรโรงพยาบาลบางระจัน และอาสาสมัครกู้ภัยสิงห์บุรี อาสาสมัครป่อเต็กตึ๊ง จ.สิงห์บุรี
ที่เกิดเหตุ ในช่องทางเดินรถจาก จ.สิงห์บุรี มุ่งหน้าไปทาง ต.โพทะเล ในช่องทางเดินรถด้านขวาสุดพบรถกระบะสีบรอนซ์เงิน ยี่ห้อ มาสด้า ทะเบียน บฉ 1653 สิงห์บุรี จอดหันหน้าไปทางด้าน ต.โพทะเล สภาพรถ ด้านหน้าถูกชนตัวถังยุบเข้าไป และจากจุดที่พบรถกระบะในลักษณะรถเก๋งสวนทางชนด้านหน้าพบ รถเก๋งสีขาว ยี่ห้อ ฮอนด้า รุ่น ซีวิค ทะเบียน กง 2002 สิงห์บุรี ในสภาพด้านหน้าถูกชนตัวถังหน้ารถยุบเข้าไปอย่างแรง ถุงลมนิรภัยถูกทำงานทั้งสองข้าง บนพื้นถนน พบศพ นางสมควร พะนัง อายุ 63 ปี อยู่บ้านเลขที่ 108 ม.7 ต.บางกระบือ อ.เมือง จ.สิงห์บุรี นอนเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ และมีผู้ได้รับบาดเจ็บคือ 1.นายภานุวิทย์ สิงห์สุวรรณ์ อายุ 39 ปี อยู่บ้านเลขที่ 49/1 ม.6 ต.บ้านจ่า อ.บางระจัน จ.สิงห์บุรี ผู้ขับขี่รถเก๋ง เป็นอาจารย์สอนอยู่ที่โรงเรียนศรีศักดิ์สุวรรณวิทยา ม.7 ต.เชิงกลัด อ.บางระจัน จ.สิงห์บุรี ได้รับบาดเจ็บบริเวณหน้าอกที่กระแทกกับพวงมาลัยอย่างแรง อาสาสมัคร นำส่ง รพ.สิงห์บุรี เสียชีวิตในเวลาต่อมา
2.นางพัทธนันท์ สิงห์สุวรรณ์ อายุ 38 ปี ภรรยาของ นายภานุวิทย์ อยู่บ้านเลขที่เดียวกัน เป็นอาจารย์สอนอยู่ที่โรงเรียนเดียวกัน โดยได้รับบาดเจ็บที่ลำตัวหลายตำแหน่ง บริเวณช่องอก กระดูกเชิงกรานหัก กระดูกเข่าขวาหักมีแผลฉกรรจ์ กระดูกข้อมือขวาหัก นำส่งโรงพยาบาลบางระจัน เสียชีวิตเมื่อเวลา 10.30 น. 3.ด.ช.ภูมิพัฒน์ สิงห์สุวรรณ์ อายุ 7 ปี บุตรชายของ นายภานุวิทย์ และ นางพัทธนันท์ ได้รับบาดเจ็บบริเวณกระดูกต้นคอ นำส่งโรงพยาบาลวิภาวดี 4.นายนิพนธ์ แจ่มจันทร์ อยู่บ้านเลขที่ 59/3 ม.7 ต.บางกระบือ อ.เมือง จ.สิงห์บุรี คนขับรถกระบะ ได้รับบาดเจ็บบริเวณหน้าอก 5.นางพัชรี พ่วงฟัก โดยสารข้างคนขับ ได้รับบาดเจ็บกระดูกขาหัก 6.นางจำแลง ด้วงนคร อายุ 60 ปี นั่งท้ายกระบะ ได้รับบาดเจ็บปอดแตก เลือดออกในสมอง 7.นางรุ้งนภา ยวงเงิน อายุ 45 ปี ได้รับบาดเจ็บบริเวณกระดูกต้นคอ อาสาสมัคร นำผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งหมดส่ง รพ.สิงห์บุรี
จากการสอบสวนผู้เห็นเหตุการณ์ทราบว่า ขณะเกิดเหตุ นายนิพนธ์ คนขับรถกระบะ โดยมี นางพัชรี นางรุ้งนภา นางจำแลง และ นางสมควร ร่วมเดินทางมาด้วยโดยมุ่งหน้าไปทาง ต.โพทะเล จนมาถึงที่เกิดเหตุได้มีรถเก๋งซึ่งมี นายภานุวิทย์ เป็นผู้ขับ มีนางพัทธนันท์ และ ด.ช.ภูมิพัฒน์ นั่งมาด้วย ได้ขับแซงรถคันอื่นไม่พ้นจึงทำให้รถเก๋งชนประสานงากับรถกระบะอย่างจังเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บดังกล่าว

Read More
สถานการณ์รอบวัน

วอด7คูหา เหตุเพลิงเผาตลาดเก่าแก่พนมสารคาม

ชาวบ้านร้านค้า ตลาดท่าเกวียนพนมสารคาม ต่างหนีอลหม่าน หลังจากเกิดเหตุเพลิงลุกลามเผาชุมชนตลาดยามเช้า เสียหายรวม 7 คูหา โชคดีที่ไม่มีคนบาดเจ็บหรือเสียชีวิต
วันที่ 19 ส.ค.60 เวลา 07.00 น. พ.ต.ต.สุรพิสิฐ ไหมงำ สารวัตรสอบสวนเวร สภ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา ได้รับแจ้งเกิดเหตุเพลิงไหม้ในตลาดชุมชนเก่าแก่ ตลาดท่าเกวียนที่บริเวณปากทางเข้าวัดท่าเกวียน พื้นที่ ม.1 ต.พนมสารคาม อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา โดยมีเปลวเพลิงโหมลุกไหม้อย่างรุนแรง และลุกลามต่อเนื่องอย่างรวดเร็ว จึงเดินทางไปสอบสวนยังในที่เกิดเหตุ

ที่เกิดเหตุพบเป็นอาคารไม้เก่าแก่แบบสองชั้น ปลูกสร้างเรียงรายกันยาวเหยียดนับร้อยเมตรหลายสิบคูหา พบต้นเพลิงกำลังโหมลุกไหม้อย่างรุนแรงที่บริเวณชั้นสองของตัวอาคารระหว่างร้านค้าขายเครื่องใช้ไฟฟ้า เลขที่ 858 และร้านขายหอยทอด เลขที่ 860 ก่อนที่จะลุกลามเข้าไปลุกไหม้ยังที่ร้านค้าพนมจักรยาน เลขที่ 854-856 อีก 2 คูหา ร้านเบชาบูชาโต๊ะ เลขที่ 862 ร้านไพบูลย์จักรยาน เลขที่ 864 ร้านถูกใจพนมเครื่องเด็กอ่อน เลขที่ 866 และบ้านเรือนพักอาศัยของประชาชนเลขที่ 868 อีก 1 คูหา รวม 7 คูหา

โดยมีรถน้ำจากเทศบาลตำบลพนมสารคาม เทศบาลตำบลบ้านซ่อง เทศบาลตำบลเกาะขนุน และรถน้ำเอกชน จำนวนกว่า 10 คัน ได้พยายามใช้น้ำฉีดสกัดและควบคุมเพลิงเอาไว้ให้อยู่ในวงจำกัด และพยายามดับเพลิงอยู่ในที่เกิดเหตุ จนเวลา 09.17 น. เพลิงจึงเริ่มสงบลงและมอดไหม้อาคารไม้ไปทั้ง 7 คูหาจนเหลือแต่เพียงกลุ่มควันและเถ้าถ่าน ที่ยังคงมีแสงเพลิงแดงครุกรุ่นอยู่ในกองขี้เถ้าอยู่ตลอดเวลา

พ.ต.ต.สุรพิสิฐ กล่าวว่า เบื้องต้นยังไม่ทราบว่าสาเหตุของเพลิงไหม้ในครั้งนี้เกิดจากสาเหตุใด เนื่องจากการสอบสวนเบื้องต้นนั้น ทราบว่าในขณะเกิดเหตุไม่มีใครอยู่ที่บริเวณชั้นบนของตัวบ้าน และยังไม่ทราบจุดต้นเพลิงที่แน่ชัด ว่าเกิดขึ้นที่ร้านใดก่อน ระหว่างร้านค้าจักรยานและร้านขายหอยทอด ซึ่งจะได้ให้ทางเจ้าหน้าที่จากกองวิทยาการพิสูจน์หลักฐาน เข้ามาทำการตรวจสอบในที่เกิดเหตุเพื่อหาร้านค้าต้นเพลิงและสาเหตุของเพลิงไหม้ในครั้งนี้ต่อไป พ.ต.ต.สุรพิสิฐ กล่าว

Read More