เหยื่อเลียงผา

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Impatlens kerriae

ลำต้น : อวบน้ำ แตกเป็นทรงพุ่ม ขึ้นกลางแจ้งสูงประมาณ 1 เมตร หากขึ้นในร่มลำต้นจะสูงประมาณ 1-2 เมตร ใบกว้างปลายเรียวดังที่เห็นในภาพ

ดอก : สวย ออกตามตาในแต่ละชั้นของโคนใบ ลักษณะของดอกดังที่เห็นในภาพ

แหล่งที่พบ : ขึ้นบริเวณโขดหินและไหล่เขาหินปูนที่ไม่ปะทะลมแรง มักขึ้นอยู่ในที่สูงจากระดับน้ำทะเลตั้งแต่ 1,900 เมตรขึ้นไป พบบนเขาสูงทางภาคเหนือ

ว่านพร้าว

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Anthogonium graclle Wall. ex Lindl.

ลักษณะ : ลำต้นเจริญทางด้านข้าง มีใบพับจีบรูปแถบ 2-3 ใบ ปลายใบเรียวแหลม ช่อดอกกระจายออกข้างลำต้น มีหลายดอก มีทั้งสีขาว ชมพู และม่วง กลีบเลี้ยงเชื่อมติดกันเป็นหลอดคล้ายปากแตร

ช่วงเวลาออกดอก   ต.ค. – พ.ย.

แหล่งที่พบ : บนเขาสูงในหลายพื้นที่ 

 

เอื้องศรีเชียงดาว

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Sirindhornia pulchella

แหล่งที่พบ : ขึ้นตามรอยแตกของภูเขาหินปูนที่มีการสะสมของอินทรีย์สารที่อุดมสมบูรณ์ พบเพียงที่เดียว

ในโลกที่ดอยหลวงเชียงดาว

หญ้าหนวดเสือ

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Burmania coelestris D. Don

ลำต้น : เป็นลำต้นเดี่ยวตั้งตรงสูงประมาณ 30 ซม.

ดอก : เป็นดอกเดี่ยว หรื อเป็นช่อเล็กๆ ดอกสีม่วงแกมน้ำเงิน กลีบดอกเชื่อมติดกันเป็น 3 ปีก

แหล่งที่พบ : บริเวณลานหินทรายที่มีน้ำขังหรือที่ชื้นแฉะ ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือในหลายพื้นที่ ใกล้ๆ ที่พบคือเขาสมอปูน ทุ่งโนนสน ดอยเวียงผา เขาใหญ่

อื้องเลี่ยม เอื้องน้ำต้น ว่านนอแรด

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Calanthe caridioglossa Schltr

ลักษณะ : ลำต้นเป็นกล้วยไม้ดิน ลำกล้วยรูปขอบขนาน ตรงกลางโป่งออก สูงถึงปลายช่อดอกประมาณ 1 เมตร ใบรูปหอก กว้าง 4-7 ซม. ยาว 15-35 ซม. ปลายแหลม ขอบใบห่อเข้าหากัน ทิ้งใบเมื่อออกดอก

ดอกออกเป็นช่อๆ ละ 10-20 ดอก สีแดงเข้ม สีแดงออกม่วง สีชมพูอ่อน สีชมพูเข้ม สีบานเย็น สีส้ม สีชมพูอ่อน ขนาดดอก 1.2-2.5 ซม. ออกดอกช่วงเดือน พ.ย. – ก.พ.

แหล่งที่พบในไทย : ขึ้นใต้ร่มเงาไม้ใหญ่บนหินที่มีการทับถมของซากอินทรีย์สารและมีความชื้นสูง

แหล่งกำเนิดและแพร่กระจาย : ประเทศไทย

ดอกสุวรรณภา

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Sencio craibianus

ลักษณะ : เป็นไม้พุ่มเตี้ย สูง 5-10 ซม. ใบเล็กแหลมเรียว ขอบใบเรียบ ดอกออกเป็นช่อๆ ละหลายดอกตามง่ามใบหรือปลายก้าน ดอกสีเหลือง กลีบดอกแผ่ออกโดยรอบเป็นวงกลม และมีสีเหลืองเป็นกระจุกอยู่ตรงกลาง

ช่วงเวลาออกดอก ธันวาคม – กุมภาพันธ์

แหล่งที่พบ : ตามภูเขาหินปูนที่มีความสูงตั้งแต่ 2,000 เมตรขึ้นไป

ดอกนี้ถ่ายที่ ดอยหลวงเชียงดาว ก.พ.

เทียนน้อย

ลักษณะ : มีลักษณะลำต้นเป็นไม้พุ่ม ใบเป็นสีเขียวเรียวยาว ดอกมีลักษณะเป็นกลีบ สีชมพู

ช่วงเวลาออกดอก ส.ค. – ก.ย.

แหล่งที่พบ : บนเขาที่มีความชื้นสูง

กุ่มบก

ชื่อวิทยาศาสตร์ (Scientific Name ):Crateva adansonii DC. ssp. trifoliata ( Roxb.)

ชื่อวงศ์ ( Family Name ) :CAPPARACEAE

ชื่ออื่นๆ(Common Name ) :ผักกุ่ม (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ )

ลักษณะทั่วไป
เป็นไม้ต้นผลัดใบสูง 5 – 25 เมตร
ใบ ใบประกอบ ออกสลับใบย่อย 3 ใบ รูปรีหรือรูปไข่ กว้าง 2-6เซนติเมตร ยาว 4 – 12 เซนติเมตร ปลายมนหรือกลมมักมีตื่งโคนสอบ เนื้อใบหนา
ดอก ดอกเป็นสีขาวเปลี่ยนเป็นสีนวล ออกเป็นช่อตามซอกใบใกล้ปลายกิ่ง กลีบดอก 4 กลีบ รูปรีกว้าง 0.5 – 1 เซนติเมตร ยาว 1.5 – 2.5 เซนติเมตร เกสรตัวผู้จำนวนมาก ก้านสีม่วงยาว ก้านชูเกสรตัวเมียยาวกว่า เกสรตัวผู้ ผลกลมเส้นผ่าศูนย์กลาง 2 – 3.5 เซนติเมตร ผิวสีน้ำตาลแดง อมม่วง

งิ้วป่า

ชื่อสามัญ:งิ้วป่า ง้าว

ชื่อวิทยาศาสตร์: Bombax anceps Pierre

ชื่อวงศ์: BOMBACACEAE

ลักษณะพืช:ไม้ต้น ผลัดใบ มีความสูง 8-15 เมตร ลำต้นเมื่อยังเล็กจะมีหนาม เมื่อโตขึ้นจะมีหนามน้อยลง
ใบประกอบแบบนิ้วมือ ออกเวียนสลับ มีใบย่อย 5-7 ใบ แผ่นใบย่อยรูปหอก กว้าง 3-6 ซม.ยาว 10-15 ซม. ปลายใบเรียวแหลม โดนใบสอบแคบ ขอบใบเรียบ ผิวเกลี้ยง ดอกใบสีขาว ออกเดี่ยวบริเวณเหนือแผลเป็นของใบและปลายกิ่ง ผลรูปกระสวย กว้าง 5 ซม. ยาว 10-15 ซม. เมล็ดกลมสีน้ำตาลคล้ำถึงดำมีปุยสีขาวหุ้ม

ช้องแมว

ชื่อสามัญ : Wild sage
ชื่อวิทยาศาสตร์ :Gmelina philippensis, Cham.

ลักษณะ : เป็นไม้พุ่มรอเลื้อย ใบเป็นชนิดใบเดี่ยว ออกตรงข้ามกันกับคู่ มีลักษณะเป็นรูปไข่ ยาวประมาณ 4-5 เซนติเมตร ปลายใบมน ดอกมีสีเหลืองออกเป็นช่อตามกิ่งข้าง โดยออกจากซอกของใบประดับซึ่งเรียงซ้อนกัน และดอกจะห้อยลงกลับหัว ตัวใบประดับมีสีเขียวอมเหลืองมีสีแดงประอยู่เป็นจุด ที่โคนกลีบติดกันเป็นรูปหลอด กลีบดอกแยกกันที่ปลายของหลอดดอก ช้องแมวจะออกดอกในช่วง เดือนมีนาคม-พฤษภาคม การขยายพันธุ์ใช้วิธีปักชำ