กระดุมเงิน

ชื่อพื้นเมือง : กระดุมเงิน หญ้ากระจ่อน หญ้าตุ้มหู (เลย)

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Eriocaulon henryanum Ruhle

ชื่อวงศ์ : ERIOCAULACEAE

ชื่อสามัญ : –

ลักษณะ : ไม้ล้มลุกปีเดียว มีเหง้า ใบเดี่ยว ออกเป็นกระจุกเหนือดิน รูปแถบ ปลายแหลม โคนหุ้มลำต้น ขอบเรียบ แผ่นใบสีเขียวอ่อนเป็นมัน ช่อดอกแบบช่อกระจุกแน่น กลม สีขาว ดอกแยกเพศแต่อยู่ในช่อเดียวกัน ดอกเพศผู้อยู่รอบใน ดอกเพศเมียอยู่รอบนอก แต่ละดอกมีวงกลีบรวม 2 ชั้น ชั้นละ 2-3 กลีบ ปลายกลีบรวมมีขนฟู ผลแห้ง แก่แล้วแตก เมล็ดเล็กมาก

เล็บมือนาง

ชื่อวิทยาศาสตร์: Quisqualis indica L.

ชื่อสามัญ: Chinese honey Suckle, Rangoon Creeper, Drunken Sailor
ชื่ออื่น: จะมั่ง จ๊ามั่ง มะจีมั่ง (ภาคเหนือ), อะดอนิ่ง (มลายู-ยะลา), ไท้หม่อง (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน)

วงศ์: COMBRETACEAE

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์: ไม้เถาขนาดกลาง ลำต้นค่อนข้างแข็ง แตกกิ่งก้านหนาทึบ ลำต้นหรือกิ่งอ่อนมีขนสีน้ำตาลอมเทาปกคลุม แต่ต้นที่แก่ผิวจะเกลี้ยง หรือบางทีก็มีหนาม ต้องมีหลักยืดหรือร้านให้ลำเถาเกาะยึด

สร้อยสุวรรณา

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Utricularia bifida L.

ชื่อวงศ์ : LENTIBULARIACEAE

ชื่ออื่น : หญ้าสีทอง

ลักษณะ : พืชล้มลุก ขึ้นเป็นกอเล็ก สูง 10-15 ซม. ใบ เดี่ยว ขนาดเล็ก เรียงเวียนรอบโคนต้น มีอวัยวะจับแมลงเกิดตามข้อของไหล หรือบนใบ รูปกลมขนาดเล็ก มีก้านชูสั้นๆ ดอก สีเหลือง ออกเป็นช่อตั้งจากโคนกอ มีดอกย่อย 2-6 ดอก ขนาด 6-10 มม. กลีบดอกโคนเชื่อมติดกันเป็นหลอด กลีบบนมีขนาดใหญ่ประมาณ 2 เท่าของกลีบอื่น ปลายมนรูปไข่กลับ บริเวณโคนมีเส้นสีแดงเข้ม ตามยาว กลีบล่างมนกลมหรือแยกเป็น 2 พู ตรงกลางกลีบเป็นถุง รูปจงอยโค้ง ไปด้านหลัง เกสรผู้ 2 อัน ติดอยู่บนหลอดกลีบดอก ผล แบน รูปรีแกมรูปไข่ เมล็ด ขนาดเล็ก จำนวนมาก อินเดีย เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และอินโดนีเซีย

แหล่งที่พบ :ในประเทศไทยพบมากทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ขึ้นตามพื้นที่โล่งชื้นแฉะ ออกดอกช่วงเดือน กันยายน-ธันวาคม ช่วงออกดอกจะทิ้งใบ

ว่านกาบหอย

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Tradescantia spathacea Stearn

ชื่อสามัญ : Oyster plant , White flowered tradescantia

วงศ์ : Commelinaceae

ชื่ออื่น : กาบหอยแครง ว่านหอยแครง (กรุงเทพฯ)

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ : ไม้ล้มลุก สูง 20-45 ซม. ลำต้นอวบใหญ่ แตกใบรอบเป็นกอ ใบ เป็นใบเดี่ยว ออกเรียงซ้อนเป็นวงรอบ รูปใบหอก ปลายใบแหลม ขอบใบเรียบ หลังใบสีเขียว ท้องใบสีม่วงแดง เนื้อใบหนา ดอก ออกเป็นช่อตามซอกใบ แต่ละช่อประกอบด้วยใบประดับสีม่วงปนเขียว รูปหัวใจคล้ายหอยแครง มี 2 กาบ โคนกาบทั้งสองประกบเกยซ้อนและโอยหุ้มดอกสีขาว ดอกสีขาวเล็กอยู่รวมเป็นกระจุก กลีบดอก 3 กลีบ รูปไข่ สีขาว แผ่นกลีบหนา เกสรเพศผู้มี 6 อัน ผล รูปรี กว้าง 2.5-3 มม. ยาว 3.5 มม. มีขนเล็กน้อย ผลแก่แตกออกเป็น 3 ซีก เมล็ดเล็ก

ปุดใหญ่

ชื่ออื่นๆ : ปุด

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Achasma macrocheilos Griff

เป็นพืชตระกูลขิงข่า มีเหง้าอยู่ใต้ดิน สูง 1.5-3 เมตร ใบคล้ายใบกล้วย

ลักษณะ : ปลายแคบเป็นติ่งแหลม โคนมน ก้านใบยาวและโคนก้านใบจะแผ่ออกเป็นกาบหุ้มลำต้น ดอกเป็นช่อสั้นๆ ใกล้ๆ กับโคลนต้นซึงแทงขึ้นมาจากเหง้า ช่อหนึ่งมี 4-10 ดอก ดอกเป็นรูปกรวยหงายสีแดงสด ขอบกลีบสีเหลืองอ่อน กลีบดอกมีหลายกลีบแล้วแต่ความสมบูรณ์ของแต่ละต้น

ช่วงเวลาออกดอก ตลอดปี มากสุดในช่วงต้นฤดูฝน

แหล่งที่พบ : ขึ้นทั่วไปตามป่าดินชื้น

ดุสิตา

ชื่ออื่นๆ : หญ้าข้าวก่ำน้อย ดอกขมิ้น

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Utricularia delphinioides Thor. ex Pell.

สมเด็จพระราชินีฯ ทรงพระราชทานนามว่า ดอกดุสิตา

ลักษณะ : เป็นหญ้าลำต้นเล็ก สูงประมาณ 5-25 ซม. ขึ้นอยู่กับสภาพพื้นที่ ขึ้นบนลานหินโล่งจะมีลำต้นสั้น หากขึ้นรวมกับทุ่งหญ้าที่มีน้ำขังจะมีลำต้นที่ยาวกว่า ดอกออกเป็นช่อๆ มีดอกย่อยจำนวน 3-5 ดอก สีม่วงเข้ม โคนกลีบเชื่อมติดกัน ปลายแยกเป็น 5 แฉก ด้านบนมีสีม่วงอมน้ำเงิน

ช่วงเวลาออกดอก ตุลาคม – พฤศจิกายน

แหล่งที่พบ : ขึ้นบนลานหินที่ชื้นแฉะ และบริเวณที่มีน้ำขังตื้นๆ

ประโยชน์ : สวยดี ดูแล้วสบายตา

ดอกหรีดเชียงดาว

ชื่ออื่นๆ : ไม่มี

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Gentiana leptoclada ssp. australis

ลักษณะ : เป็นไม้ล้มลุก ลำต้นเกลี้ยง สูง 40-80 ซม. ใบรูปไข่ กว้าง 1-1.3 ซม. ยาว 2-4 ซม. โคนใบมน ปลายใบแหลม ขอบใบจักเป็นฟันเรื่อย ดอก สีม่วงอมฟ้า ออกเป็นกระจุก 1-5 ดอก ที่ปลายยอดและซอกใบ ดอกบานมีขนาด 2.5-3 ซม. กลีบรองดอกเป็นถ้วยตื้น ปลายแยกเป็น 5 แฉก กลีบดอก 5 กลีบ

ช่วงเวลาออกดอก ต.ค. – ธ.ค.

แหล่งที่พบ : ดอยหลวงเชียงดาว ความสูง 1,600 เมตร ขึ้นไป

เอนอ้า

ชื่ออื่นๆ : เอนอ้าขน

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Osbeckia stellata Ham.

ลักษณะ : เป็นไม้พุ่ม สูง 1-2 เมตร ใบรูปรีแกมขอบขนาน มีขนละเอียดปกคลุมทั่วใบ ดอกเป็นช่อปลายกิ่ง มีดอกย่อยจำนวนมาก สีชมพูออกม่วง ( บานเย็น ) กลีบดอก 4 กลีบ เวลาบานจะอ้าออก ช่วงเวลาออกดอก ตลอดปี

แหล่งที่พบ : ขึ้นบริเวณป่าเสื่อมโทรมที่ธรรมชาติกำลังฟื้นตัวที่มีทุ่งหญ้าโล่ง และบริเวณพื้นที่ชื้อแฉะบนลานหิน

ยี่โถปีนัง

ชื่ออื่นๆ : หญ้าจิ้มฟันควาย แขมเหลือง แขมดอกขาว น้ำทราย

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Arundina graminifolia ( D. Don ) Hochr.

ลักษณะ : เป็นกล้วยไม้ขนาดใหญ่ ต้นผอมตรง สูง 50-160 ซม. แผ่นใบบางและอื่น โคนเป็นกาบหุ้มต้น ช่อดอกสั้นเกิดที่ปลายยอด จำนวนดอกในช่อน้อย

มักจะบานครั้งละ 1 ดอก ขนาดดอก 2-6 ซม. กล้วยไม้ชนิดนี้มีขนาดต้น ใบ ดอก ตลอดจนสีดอกอาจแตกต่างกันได้ค่อนข้างมากในแต่ละท้องถิ่น

เทียนนกแก้ว

ชื่ออื่นๆ : Parrot flower

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Impatiens psittacina Hk. f.

ลักษณะ : เป็นพืชล้มลุก ลำต้นอวบน้ำ สูง 0.5-1.5 เมตร ใบเดี่ยวรูปไข่กว้าง โคนใบมน ปลายใบแหลม ขอบใบจัก

ขนาดกว้าง 2-4 ซม. ยาว 4-6 ซม.

ลักษณะดอก : สีแดงม่วงแกมแดงบางส่วนเป็นสีชมพู ออกเดี่ยวตามก้านใบ หรือปลายยอด ขนาดดอกกว้าง 2-3 ซม. ยาวประมาณ 5-6 ซม. กลีบรองดอกรูป

ถ้วยปากบาน ลักษณะดอกดังในภาพ

ช่วงเวลาออกดอก ต.ค. – พ.ย.

แหล่งที่พบ : ขึ้นตามรอยแตกของเขาหินปูที่มีการสะสมของอินทรีย์สาร พบที่ความสูง 1,500 -1,800 เมตร

ประโยชน์ เป็นพืชหายาก สวยงาม ได้ชมแล้วชื่นใจ